Welcome to iceicy.freeforums.org
   แบ่งปันความสุขให้กัน
    Register Portal  •  FAQ  •  Search  •  Login     
It is currently Mon Nov 30, 2009 5:25 pm

All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 11 posts ] 
Author Message
 Post subject: ทำไมต้องปวดท้องประจำเดือน
PostPosted: Tue Jul 01, 2008 4:01 pm 
Offline
Site Admin
Site Admin
User avatar

Joined: Tue Apr 15, 2008 7:49 pm
Posts: 776
Location: The Sky
รบกวนคุณหมอช่วยตอบหน่อยค่ะ

1.สาเหตุต้องปวดท้องเวลามีประจำเดือน..จะมีอาการปวดเฉพาะ1-2วันแรกหละค่ะ ( บ้างทีมีอาการปวดหัวร่วมด้วยค่ะ...)
2.เพราะอะไรถึงมีอาการปวดท้องเฉพาะ1-2วันแรก
3.ช่วยแนะนำวิธีลดบรรเทาการปวดท้อง



ทั้งที่ ประจำเดือนก็มาปกติทุกเดือน จะมาทุก ๆ 28 วัน อาจเร็วหรือช้าไม่เกิน 7 วัน แต่ละครั้งนาน 3 - 5 วัน ไม่เกิน 7 วัน

_________________
<a href="http://icyiceberg.bloggang.com" target="_blank" title="icyiceberg.bloggang.com">
<img src="http://www.bloggang.com/data/icyiceberg/picture/1216556163.gif" alt="การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง"></a>
<a href="http://iceicy.freeforums.org" target="_blank" title="iceicy.freeforums.org"><img src="http://www.bloggang.com/data/icyiceberg/picture/1216556285.gif" alt="สังคมแห่งการแบ่งปัน"></a>


Top
 Profile E-mail  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Jul 01, 2008 6:49 pm 
Offline
ผู้ดูแลฟอรั่ม
ผู้ดูแลฟอรั่ม
User avatar

Joined: Thu Apr 17, 2008 6:45 pm
Posts: 691
อาการปวดประจำเดือนโดยทั่วไป เกิดขึ้นเนื่องจากผนังมดลูกมีการสร้างสารชนิดที่เรียก ว่า โพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) หลั่งออกมามากขึ้น
หรือมีความไวต่อสารตัวนี้ เพิ่มขึ้น ทำให้มีการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกและมดลูกหดตัวแรงขึ้น อันเป็นสาเหตุของ อาการปวดประจำเดือน
นอกจากนี้ยังทำให้เส้นเลือดหดตัวในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อีก เช่น ทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเดิน ร่วมกับอาการปวดประจำเดือน

อาการปวดประจำเดือนจะรุนแรงในวันแรกของการมีประจำเดือน แล้วค่อย ๆ ลดลง
แต่ก็มีสตรีบางคนอาจจะมีอาการปวดตลอดระยะเวลาของการมีประจำเดือน ซึ่งสามารถบรรเทาอาการปวดได้
โดยการวางถุงน้ำร้อนบริเวณหน้าท้องหรือพักผ่อน ให้เพียงพอ หากปวดมากให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
หรือยาที่มีฤทธิ์ ยับยั้งการสร้างโพรสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นสารที่เป็นสาเหตุสำคัญของการปวดประจำเดือน ได้แก่ กลุ่มยาต้านอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์
ส่วนในตำรับยาแผนโบราณให้รับประทานตังกุย หรือใช้ดอกคำฝอยชงดื่มเป็นยาบำรุง โลหิตประจำเดือน และบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้

เภสัชกร ประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล
ที่ปรึกษาองค์การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสาธารณสุข



ปวดประจำเดือนยังเป็นสิ่งที่พบบ่อยมาก และบางครั้งก่อให้เกิดความเครียดแก่สตรี เรามาดูว่าสาเหตุและการรักษาของมันมีอะไร

ปวดประจำเดือน ( Dysmenorrhea )
ปวดประจำเดือน หมายถึง อาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน พบได้ประมาณร้อยละ 71 ของผู้หญิงในวัยที่มีประจำเดือน
ส่วนใหญ่จะปวดไม่มากและสามารถทำงานได้ตามปกติ ส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจปวดรุนแรงจนต้องพักงาน

อาการปวดประจำเดือนแบ่งได้เป็น ชนิดปฐมภูมิ ( หรือไม่ทราบสาเหตุ )
ซึ่งพบเป็นส่วนมาก กับชนิดทุติยภูมิ ( หรือมีสาเหตุ ) ซึ่งพบเป็นส่วนน้อย

ปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ ( primary dysmenorrhea ) จะพบในเด็กสาว
ส่วนมากจะเริ่มมีอาการตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งแรก หรือไม่ก็เกิดขึ้นภายใน 3 ปีหลังมีประจำเดือนครั้งแรก
จะมีอาการมากที่สุดในช่วงอายุ 15-25 ปี หลังจากวัยนี้อาการจะค่อยๆลดลงบางรายอาจหายปวดหลังแต่งงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีบุตรแล้ว จะมีน้อยที่ยังอาจมีอาการตลอดไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน

ปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ ( secondary dysmenorrhea )
จะมีอาการปวดครั้งแรกเมื่อมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป โดยก่อนหน้านี้จะไม่เคยมีอาการปวดประจำเดือนเลย
สาเหตุ
ปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ จะไม่มีความผิดปกติของมดลูกและรังไข่แต่อย่างใด
ปัจจุบันนี้เชื่อว่า มีสาเหตุมาจากเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างมีประจำเดือน และมีการหลั่งสารพรอสตาแกลนดิน (prostaglandins) มากผิดปกติ
ทำให้มดลูกมีการบีบเกร็งตัวเกิดอาการปวดที่บริเวณท้องน้อย
ปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ มักมีความผิดปกติของมดลูกหรือรังไข่ เช่น เยื่อบุมดลูกงอกผิดที่ (endometriosis
ถ้าเป็นที่รังไข่จะชอบมีแพทย์เรียกว่า ซิสชอกโกแลทchocolate cyst) ,เนื้องอกมดลูก ( myoma ),มดลูกย้อยไปด้านหลังมาก ,ปีกมดลูกอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น
เชื่อว่าอารมณ์มีส่วนเสริมความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือนทั้ง 2 ชนิด เช่น พบว่าคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่ายหรือมีความเครียดจะมีอาการปวดรุนแรงกว่าคนที่มีอารมณ์ดี

อาการ
จะเริ่มมีอาการก่อนมีระจำเดือนไม่กี่ชั่วโมง และเป็นอยู่ตลอดช่วง 2-3 วันแรกของประจำเดือน โดยมีอาการปวดบิดเป็นพักๆ ที่บริเวณท้องน้อย
บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ใจคอหงุดหงิดร่วมด้วย
ถ้าปวดรุนแรงอาจมีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น มือเท้าเย็นได้

การรักษา
1. ถ้าปวดไม่มาก ให้กินยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน หรือพาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด เวลาปวด ซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง
2. ถ้าปวดมาก ให้นอนพัก ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบหน้าท้อง และให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ เช่น พอนสแตน, ไอบูโพรเฟน ครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหาร
ควรกินก่อนมีประจำเดือน 48 ชั่วโมง และกินทุกวันจนเลือดประจำเดือนหยุดออก หรือให้ยาแอนติสปาสโมดิก เช่น อะโทรพีน, ไฮออสซีน ครั้งละ 1-2 เม็ด บรรเทาปวด ซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง
3. ถ้าปวดจนมีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น ให้ฉีดแอนติสปาสโมดิก เช่น อะโทรพี หรือไฮออสซีน - 1 หลอด เข้ากล้ามเนื้อเข้าหลอดเลือดดำ ถ้าไม่ทุเลาควรส่งโรงพยาบาล
4. ในรายที่เป็นอยู่ประจำ อาจให้กินยาเม็ดคุมกำเนิด (กินแบบเดียวกับใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด คือวันละ 1 เม็ด ทุกวัน) เพื่อมิให้มีการตกไข่ จะช่วยไม่ให้ปวดได้ ชั่วระยะหนึ่ง
อาจให้ติดต่อกันนาน 3-4 เดือน แล้วลองหยุดยา ถ้าหากมีอาการกำเริบใหม่ ก็ควรให้กินยาเม็ดคุมกำเนิดต่อไป อีกสักระยะหนึ่งจนกว่าเมื่อยาหยุดแล้ว อาการปวดประจำเดือนทุเลาลงไป
5. ถ้าพบว่าอาการปวดประจำเดือนเริมเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในผู้หญิงอายุมากกว่า 25 ขึ้นไป หรือมีอาการปวดมากหลังแต่งงาน หรือมีเลือดประจำเดือนออกมากกว่าปกติ
ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องตรวจภายใน และทำการตรวจพิเศษ เช่น อัลตราซาวนด์, การใช้กล้องส่องตรวจช่องท้อง (laparoscope) เป็นต้น
เพื่อค้นหาสาเหตุให้แน่นอน และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ
ข้อแนะนำ
1. ควรให้ความมั่นใจแก่เด็กสาวที่เริ่มมีอาการปวดประจำเดือนว่า โรคนี้ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด
และส่วนใหญ่เมื่ออายุมากขึ้นอาจทุเลาหรือหายได้เอง ตลอดจนให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประจำเดือน
2. ผู้หญิงที่เคยมีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ ถ้าหากมีอาการปวดท้องรุนแรงผิดไปจากที่เคยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ถ้ามีอาการกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวาก็ควรจะรีบไปหาหมอ อาจเกิดจากไส้ติ่งอักเสบ หรือสาเหตุที่ร้ายแรงอื่นๆ ได้

http://www.kachon.com


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Jul 01, 2008 6:52 pm 
Offline
ผู้ดูแลฟอรั่ม
ผู้ดูแลฟอรั่ม
User avatar

Joined: Thu Apr 17, 2008 6:45 pm
Posts: 691
ปวดประจำเดือนคืออะไร

*ระยะก่อนมีประจำเดือน 2-3 วัน หรือระยะกำลังมีประจำเดือนมา แล้วมีอาการปวดท้องน้อย
หรือปวดบริเวณเอวหรือหลัง หรือบั้นท้าย อาการจะปวดอยู่ 1-2 วัน แล้วหายไป เรียกว่าปวดประจำเดือน
อาการปวดประจำเดือนที่ไม่อันตราย และหายเองได้ คือต้องไม่รบกวนชีวิตประจำวันหรือการงาน การเรียน ยังคงไปไหนมาไหนได้
ทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ ไม่ต้องลางานหรือพักผ่อนอยู่ที่บ้าน อย่างมากที่สุดก็ทานยาแก้ปวดประจำเดือนเช่น
ยาแก้ปวดพาราเซทตามอล แอสไพริน พอนสเตน หรือยาแก้ปวดที่เป็นยารักษาอักเสบ แบบไม่ใช่สเตียรอยด์ เป็นต้น
อาการปวดท้องควรจะต้องดีขึ้น หรือ ทุเลาหรือหายได้

ปวดประจำเดือนที่ต้องหาหมอมีอาการอย่างไร

*มักปวดท้องหลายวันก่อนมีประจำเดือนมา และจะทวีความปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อประจำเดือนมาอาจปวดมากที่สุดในวันที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 ก็ได้และบางครั้งอาจปวดต่อเนื่องไปจนประจำเดือนหมด
*อาการปวดมากจนบางครั้งต้องหยุดเรียนหนังสือ หยุดงาน หรือกิจวัตรประจำวันก็ทำไม่ได้ต้องนอนพัก
*ทานยาแก้ปวดประจำเดือนก็ไม่ดีขึ้น หรือต้องเพิ่มยามากขึ้นทุกเดือนเพื่อระงับปวด
*บางครั้งปวดจนหน้ามืดเป็นลมคลื่นไส้ อาเจียน ปวดแม้กระทั้งเวลาถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะ
บางคนปวดท้องประจำเดือนร่วมกับปวดถ่ายอุจจาระทุกเดือน
*อาการดังกล่าวทั้งหมดนี้ ต้องปรึกษาหมอ แม้ว่าจะเป็นวัยสาวก็ตาม เพราะน่าจะมีโรคซ่อนอยู่ภายใน
*อาการปวดประจำเดือนที่ไม่ต้องทานยา หรือทานยาแล้วสบายขึ้น ก็ถือว่าเป็นธรรมชาติ
แต่ถ้าเมื่อไรอาการปวดเป็นมากรุนแรงจนรู้สึกอ่อนเพลียท้อแท้ เหนื่อยหน่าย กลัวการมีประจำเดือนเมื่อไร
หรือมีภาวะจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ต้องปรึกษาหมอให้ได้


ทำไมถึงมีอาการปวดประจำเดือน

*ปวดประจำเดือนที่เกิดในวัยเริ่มสาว ถึงประมาณ 25 ปี หรือผู้ที่ยังไม่เคยคลอดบุตรมาก่อน เชื่อว่าปากมดลูกหรือมดลูกยังตึงแน่น
การไหลเวียนของเลือดยังไม่ดีพอ หรือผนังมดลูกลอกตัวยังไม่ดีพอ กล้ามเนื้อมดลูกจึงบีบตัวมาก ทำให้เกิดอาการปวด
บางคนอาจมีความเครียดมาก วิตกกังวล ตื่นเต้นหรือกลัวมาก จากอารมณ์แปรปรวนอาจทำให้มดลูกบีบตัวมากได้
อาการปวดประจำเดือนแบบนี้เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องรักษา เพระจะหายเองเมื่อคลอดบุตรแล้ว หรือร่างกายปรับตัวได้
*ปวดประจำเดือนบางคนเกิดจากการมีผนังมดลูกงอกผิดที่ เนื้องอกที่มดลูก ปากมดลูกตีบตัน หรือมีปีกมดลูกอักเสบ
เป็นการปวดประจำเดือนที่มีโรค และสาเหตุชัดเจน ต้องหาหมอเพื่อค้นหาและรักษาซึ่งมักจะรักษาได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องอดทนต่อการปวดทุกๆ เดือน

ปวดประจำเดือนมีอันตรายไหม
*หากปวดธรรมดาไม่รบกวนชีวิตประจำวันหรือทานยาแก้ปวดแล้วหายก็ถือว่าเกิดจากธรรมชาติ
แต่ถ้าอาการปวดมีมากจนยาแก้ปวดก็ไม่ได้ผลประจำเดือนจะเป็นตัวรบกวนชีวิตปกติ
หรือที่เรียกกันว่าเดือนหนึ่งเหลือวันที่สบายดีอยู่ 20 กว่าวันเท่านั้น หรือรู้สึกว่าไม่อยากมีประจำเดือนอีก ขอให้ปรึกษาหมอเพื่อรักษา
เพราะปัจจุบันตรวจง่ายและรักษาได้จริง ไม่ควรทิ้งไว้บั่นทองชีวิตที่เป็นปกติในทุกๆ เดือน
*อันตรายจากปวดประจำเดือนมีได้คือ การปวดจนหน้ามืดเป็นลม หรืออาจมีโรคแทรกซ้อนจากผนังมดลูกงอกผิดที่
จนเกิดรวมตัวเป็นถุงเลือดแล้วเกิดการแตกขึ้นต้องรักษาโดยการผ่าตัดด่วน

ความเครียดทำให้ปวดประจำเดือนได้หรือไม่
*ได้ โดยเฉพาะวัยเริ่มสาวจนกระทั้งอายุ 25 ปี เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่อาการค่อยๆทุเลาไปเอง แต่บางคนไม่หาย
อาจไปหายอีกทีตอนคลอดบุตรแล้ว หรือบางคนอาจไปหายตอนวัย 30-40 ปี
*บางคนหายได้เมื่อมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียดหรือปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย

วิธีดูแลอาการปวดประจำเดือน
*ดูวิธีดูแลอาการปวดท้องน้อยขณะมีประจำเดือน (หน้าแรก)
*นอกจากนี้ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง ลดความวิตกกังวล ให้กำลังใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีอันตรายและเป็นธรรมชาติ
อาจต้องทั้งปลอดและบอกเล่าประสบการณ์ที่ดีของผู้ใหญ่ที่ผ่านพ้นช่วงวัยเช่นนี้ คุณยาย
หรือคุณแม่อาจต้องย้ำในเรื่องว่าไม่ต้องอายเพราะเกิดกับผู้หญิงเกือบจะทุกคน และใช้ยาแก้ปวดก็หายได้
ถ้าจำเป็นควรใช้ยาแก้ปวดพาราเซทตามอล หรือยาแก้ปวดประจำเดือนได้เมื่อมีประจำเดือนมา
*วิตามิน C อาจช่วยได้ในบางราย เพราะจะช่วยเสริมสร้างซ่อมแซมผนังมดลูก ทำให้ปวดลดลง
*งดอาหารที่ทำให้ปวดท้องจากการรบกวนลำไส้ เช่น น้ำเย็น น้ำแข็ง อาหารรสเผ็ด รสจัด อาหารที่ย่อยยาก
*ยกเว้นในรายที่ปวดมากจนต้องนอนพักบ่อยๆ ก็ควรปรึกษาหมอ
*หลังอายุ 18 ปีไปแล้วส่วนใหญ่อาการปวดประจำเดือนมักทุเลาหรือหายไป
แต่บางคนยังมีอาการปวดอยู่ ซึ่งไม่มากขึ้น หรืออาจจะลดลงหรือเท่าเดิมก็ได้

ปวดประจำเดือนเป็นโรคมะเร็งหรือไม่
*ไม่ใช่ เพราะโรคมะเร็งมักไม่แสดงอาการปวด แต่จะแสดงอาการของเลือดประจำเดือนผิดปกติ หรือ
อาการอื่นๆ เช่น ผอมลง น้ำหนักตัวลดเร็ว ตกขาวปนเลือด ปัสสาวะผิดปกติร่วมด้วย
*หากโรคมะเร็งเป็นมากๆ หรือขั้นรุนแรงแล้วอาจมีปวดท้องได้ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับปวดประจำเดือนหรือไม่ก็ได้
ดังนั้น อาการปวดประจำเดือนมักจะไม่คิดถึงโรคมะเร็งก่อนโรคอื่นๆ

ปวดประจำเดือนเป็นแล้วหายเองมีบ้างไหม
*พบได้บ่อยมาก ส่วนใหญ่เป็นอาการไม่มาก หรือทานยาแก้ปวดธรรมดาก็หายไม่รุนแรง
บางครั้งหายไปเอง เมื่ออายุ 20 ปีเศษขึ้นไป บางคนคลอดบุตรแล้วหายไปเอง
ก็พบได้มากซึ่งเชื่อว่าปากมดลูกเปิดดีขึ้น ทำให้ประจำเดือนไหลสะดวกขึ้นอาการปวดจึงหายไปได้เอง

จากหนังสือ ประจำเดือน ของ นพ.สมชัย โกวิทเจริญกุล

ที่มา http://www.rspg.org/mens/mens2.htm


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Jul 01, 2008 6:54 pm 
Offline
ผู้ดูแลฟอรั่ม
ผู้ดูแลฟอรั่ม
User avatar

Joined: Thu Apr 17, 2008 6:45 pm
Posts: 691
วิธีลดปวดประจำเดือน

การมีประจำเดือน เป็นเครื่องหมายของสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ คือ ตั้งแต่อายุได้ ประมาณ 12 ปี จนถึงอายุเฉลี่ยประมาณ 55 ปี
โดยการทำงานของฮอร์โมนเพศ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ที่มีหน้าที่ในการควบคุมกระบวนการสร้างไข่ ตกไข่
ตลอดจนการนำไปสู่ การปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิของฝ่ายชาย และการฟักตัวเป็นมนุษย์ในที่สุด

ประจำเดือนที่มาตามปกตินั้น จะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายดำเนินไปตามปกติ เพราะไข่ที่ไม่ได้รับการผสม
จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ฝังตัว ของไข่ ถูกขับออกมา
เป็นการถ่ายเทของเก่าเพื่อสร้างของใหม่ ทำให้ไม่มีของเสียคั่งค้าง ภายใน จึงนับว่าเป็นผลดีของการมีประจำเดือน

อย่างไรก็ตาม คุณผู้หญิงจำนวนมาก ก็ยังรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่อยากให้ช่วงเวลานั้ ของเดือน มาถึงเร็วนัก
เพราะกิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันต้องเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น ต้องงดการว่ายน้ำหรือการกระโดดโลดเต้น
อีกทั้งยังต้องคอยระมัดระวัง และกังวล กับรอยซึมเปื้อน ทำให้ความั่นใจลดลง รวมไปถึงความไม่สบายกายอีกมากมาย เช่น
อาการวิงเวียน คลื่นไว้ ท้องอืด เบื่ออาหาร หงุดหงิด มีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ อันเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนเพศลดลงจากระดับปกติ
ที่สำคัญคุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ยังต้องประสบกับปัญหาปวดท้องในขณะมีประจำเดือน
ซึ่งสร้างความทรมาน ทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ จนบางครั้งอาจส่งผลต่อการทำงานปกติ หรือการดำเนินชีวิตประจำวันได้

ความจริงแล้ว อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการมีประจำเดือนแล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ใด ๆ
เพียงแต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงบางคน ที่มดลูกมีการบีบรัดตัว อย่างรุนแรง เท่านั้น จึงไม่มีอะไรที่น่าวิตกกังวล
เว้นเสียแต่ว่าจะมีการปวดถ่วงอย่างรุนแรง บริเวณท้องน้อย ซึ่งหากปวดมาก ๆ จนไม่เป็นอันกินอันนอนควรรีบปรึกษาแพทย์
เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เพราะการปล่อยให้อาการปวดประจำเดือนรุมเร้า ทุกครั้งที่มีประจำเดือน
โดยไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธีนั้น อาจส่งผลเสียต่อ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตอย่างมากได้

การับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น เป็นหนึ่งวิธีที่พบได้บ่อย ๆ ซึ่งก็ใช้ได้ผล แต่การสะสมของยาแก้ปวดในร่างกาย
อาจส่งผลต่อกระบวนการ การทำงานของตับ และยังอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อม
จึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอ และเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกิดอาการเจ็บป่วย เช่น
การวิ่งอยู่กับที่ การออกกายบริหาร แบบเต้นแอโรบิก การเดินวันละ 10-20 นาที
นอกจากจะช่วยให้ระบบการทำงาน ของร่างกายโดยรวม เป็นไปด้วยดีแล้ว ที่สำคัญช่วยให้ร่างกายสามารถทนกับ ความเจ็บปวดได้มากขึ้น

การบำรุงร่างกายด้วยอาหาร และสมุนไพรจีนอย่าง "ตังกุย" ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของผู้หญิงยุคนี้
เนื่องจากเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์แผนปัจจุบันแล้วว่า สารสกัดที่อยู่ในตังกุยมีคุณสมบัติในการต้านการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก
จึงทำให้สามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวได้
รวมทั้งสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และสม่ำเสมอ
นอกจากนี้วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 กรดโฟลิก และไบโอติน ที่มีอยู่ในตังกุยยังเป็นสารที่มีความสำคัญต่อการสร้างเลือด บำรุงเลือด และฟอกเลือด
สำหรับสตรีอีกด้วย ดังนั้น การรับประทานตังกุยเป็นอาหารบำรุงในช่วงนี้ จึงนับว่า มีความเหมาะสมยิ่ง
นอกจากนั้นแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร ที่ให้พลังงานสูง จำพวกแป้ง ไขมัน น้ำตาล และอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ๆ เช่น
ตับ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา หอย ถั่วเมล็ดแห้ง ก็จะช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง จากการที่ร่างกายต้องสูญเสียเลือดไป ในขณะมีประจำเดือนด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากการปฏิบัติตัวที่กล่าวมาแล้ว ยังควรคำนึงถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ บางประการ
ซึ่งจะช่วยให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้นในระหว่างที่มีรอบเดือน นั่นคือ ควรพิถีพิถัน กับการทำความสะอาดร่างกายให้มากกว่าปกติ
โดยเฉพาะบริเวณ "จุดซ่อนเร้น" ขณะเดียวกันก็ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายในขณะที่มีประจำเดือน คือ
ไม่ใส่เสื้อผ้าที่หลวมหรือคับจนเกินไป เลือกรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ งดดื่มน้ำเย็นจัด ๆ
ไม่ปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่าน หรือหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องเลวร้าย รวมไปถึงไม่ควรทุ่มตัวหักโหมกับงานจนเกินไป
พยายามทำใจให้สบาย ทำอารมณ์ให้สดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา

เพียงคุณปฏิบัติตัวให้พร้อมอยู่เสมอดังที่กล่าวมา ปัญหาการปวดรอบเดือน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้คุณหงุดหงิด ว้าวุ่นใจอีกต่อไป

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุภระฤกษ์
http://www.whitemedia.org/wma/content/view/2822/6/


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Jul 01, 2008 6:56 pm 
Offline
ผู้ดูแลฟอรั่ม
ผู้ดูแลฟอรั่ม
User avatar

Joined: Thu Apr 17, 2008 6:45 pm
Posts: 691
รับมือกับอาการปวดประจำเดือน

เมื่อใกล้จะมีประจำเดือน อาการครั่นเนื้อครั่นตัว, ปวดเมื่อย, หงุดหงิดง่าย,อารมณ์แปรปรวน , ปวดหัว, ปวดท้อง
รวมทั้งน้ำหนักตัวเพิ่ม มักเกิดกับผู้หญิงส่วนใหญ่ เพราะก่อนมีประจำเดือน ร่างกายมีการปรับระดับ ของฮอร์โมนในร่างกายเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
แต่อย่ามัวไปเสียเวลา หงุดหงิดรำคาญใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เลยค่ะ
เพราะเรามีวิธีดูแลตัวเอง ในช่วงมีประจำเดือน รวมทั้งวิธีจัดการ กับอาการปวดท้องมาฝาก
1. ไดเอ็ทช่วยได้
เคยได้ยินไหมว่าการไดเอ็ทช่วยให้ปวดประจำเดือนน้อยลง เป็นความจริงทีเดียวค่ะ
เพราะในช่วงไดเอ็ทเรามักจะทานอาการจำพวกที่มีกากเยอะๆ เช่น โฮลเกรน,ผักสด และผลไม้ และงดอาหารจำพวกไขมัน,เนื้อสัตว์
รวมทั้งนมเนยทั้งหลาย ซึ่งทางตะวันตกเขาค้นพบมาแล้วว่าวิธีนี้ช่วยได้จริง แถมบอกสูตรมาด้วยว่าถ้าจะให้ได้ผลดี
ควรเริ่มทานอาหารพวกนี้ก่อนถึงรอบวันที่ประจำเดือนจะมาประมาณ 14 วัน
2. คาเฟอิน, น้ำตาล, แอลกอฮอล์ อาหารต้องห้าม
คาเฟอิน,น้ำตาล และแอลกอฮอล์ เป็นสามสิ่งที่นักวิจัยค้นพบว่าอาจทำให้ระยะเวลาในการปวดประจำเดือนยาวนานขึ้นกว่าเดิม
ช่วงใกล้ๆจะมีประจำเดือนจึงควรทานให้น้อยลง
3. ทานปลา
ในเนื้อปลามีน้ำมันชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โอเมก้า 3 ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยลดอาการต่างๆที่เกิดก่อนการมีประจำเดือนได้
และในบางรายที่มีเลือดประจำเดือนมากกว่าปกติ (โดยเฉพาะวัยรุ่น) น้ำมันปลาก็ช่วยให้เสียเลือดน้อยลง
4. วิตามิน b1 ลดอาการปวด
ในวิตามิน B1 มี thiamin ซึ่งช่วยลดอาการปวดประจำเดือน จะทานแบบเม็ดหรือทานจากอาหารก็สะดวก
เพราะมีในอาหารหลายชนิด เช่น ซีเรียล,ข้าวโอ๊ต,เมล็ดทานตะวัน
5. ออกกำลังกาย
ร่างกายที่แข็งแรง นอกจากทำให้ไม่เกิดโรคภัย ผลดีที่ได้รับอีกอย่างคือ อาการไม่สบายต่างๆ
ก่อนมีประจำเดือนจะลดลง หรือแทบไม่มีเลย โดยเฉพาะถ้าคุณออกกำลังกายเป็นประจำ
6. พึ่งสมุนไพรพื้นบ้าน
พริมโรส ออยล์ สมุนไพรตัวนี้ คนที่คุ้นเคยกับอาหารเสริมคงรู้จักกันดี สรรพคุณอีกอย่างของมันคือช่วยบรรเทาอาการอันเกิดจากการมีประจำเดือน
ส่วนถ้าใครมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะด้วยละก็ ลองจิบน้ำขิงดูสักแก้วสองแก้ว
7. โยคะ,นั่งสมาธิคลายเครียด
ความเครียดเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของอาการไม่สบายต่างๆ ในช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน
การทำจิตใจให้สบาย มีสมาธิช่วยได้มาก วิธีการที่ดีและและได้ผลค่อนข้างมาก คือโยคะ และนั่งสมาธิ
8. ใส่ใจความสะอาด
ความสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะในช่วงที่มีประจำเดือน ร่างกายของผู้หญิงจะติดเชื้อได้ง่าย
ข้อควรปฎิบัติ คือ ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4-6 ชั่วโมง,หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยชนิดที่มีน้ำหอม
เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ และอย่าใช้ที่ฉีดน้ำฉีดที่อวัยวะเพศโดยตรง ในช่วงที่มีประจำเดือน
เพราะอาจทำลายระบบป้องกันไวรัสและแบคทีเรียที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

ที่มา http://hospital.moph.go.th/krabi/tip/month.htm


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Jul 01, 2008 7:04 pm 
Offline
Site Admin
Site Admin
User avatar

Joined: Tue Apr 15, 2008 7:49 pm
Posts: 776
Location: The Sky
ขอบคุณค่ะ พี่ทำมะตง....ข้อมูลเยอะดีจังเลยค่ะ..จะค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจน่ะค่ะ /exciting

โอ้ย!! ปวดท้อง.... ตาลาย
/shame

_________________
<a href="http://icyiceberg.bloggang.com" target="_blank" title="icyiceberg.bloggang.com">
<img src="http://www.bloggang.com/data/icyiceberg/picture/1216556163.gif" alt="การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง"></a>
<a href="http://iceicy.freeforums.org" target="_blank" title="iceicy.freeforums.org"><img src="http://www.bloggang.com/data/icyiceberg/picture/1216556285.gif" alt="สังคมแห่งการแบ่งปัน"></a>


Top
 Profile E-mail  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Jul 01, 2008 10:00 pm 
Offline
เป็นเพื่อนแท้เลย^^
เป็นเพื่อนแท้เลย^^

Joined: Wed Jun 11, 2008 1:58 am
Posts: 169
Location: โลกมนุษย์ที่มีแต่ทุกข์
โอ้โฮ ข้อมูลแน่นเปรี๊ยะ คุณทำมะตงรอบรู้หลายเรื่องจริงๆ
เกิดเป็นหญิงแสนลำบากจริงๆนะครับ ทั้งปวดท้องประจำเดือน ทั้งต้องอุ้มท้องตั้ง 9 เดือน ทั้งจะต้องเลี้ยงลูก ไหนจะถูกผู้ชายกดขี่เอารัดเอาเปรียบอีก น่าเห็นใจครับ :(

_________________
ทิพย์สวน 110


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Jul 02, 2008 12:23 am 
Offline
Site Admin
Site Admin
User avatar

Joined: Tue Apr 15, 2008 7:49 pm
Posts: 776
Location: The Sky
แบบนี้ต้องเกิดเป็นผู้ชาย /horror
เฺฮัย...เลือกเกิดไม่ได้...... แต่เลือกทำดีได้ .....ฮ่าฮ่า วกเข้าหาธรรมะอีกแล้วไอซ์เอ๋ย.... /bad-smile ฮ่าฮ่า

_________________
<a href="http://icyiceberg.bloggang.com" target="_blank" title="icyiceberg.bloggang.com">
<img src="http://www.bloggang.com/data/icyiceberg/picture/1216556163.gif" alt="การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง"></a>
<a href="http://iceicy.freeforums.org" target="_blank" title="iceicy.freeforums.org"><img src="http://www.bloggang.com/data/icyiceberg/picture/1216556285.gif" alt="สังคมแห่งการแบ่งปัน"></a>


Top
 Profile E-mail  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Jul 02, 2008 1:01 am 
Offline
เป็นเพื่อนแท้เลย^^
เป็นเพื่อนแท้เลย^^

Joined: Wed Jun 11, 2008 1:58 am
Posts: 169
Location: โลกมนุษย์ที่มีแต่ทุกข์
แต่ถ้าเกิดมาโดยมีกรรมเก่าติดตัวมาเยอะมาก น่าจะลำบากกว่าการเกิดมาเป็นหญิงซะอีกนะครับ
ขอให้น้องไอซ์หายปวดท้องเร็วๆนะครับ อ้อ ตอนเด็กๆ ผมเคยเห็นแม่ใช้ถุงน้ำร้อน ประคบไว้ที่ท้องเวลาปวดท้อง ลองดูนะครับอาจจะดีขึ้น

_________________
ทิพย์สวน 110


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Sat Jul 05, 2008 2:56 pm 
Offline
ญาติผู้ใหญ่
ญาติผู้ใหญ่

Joined: Wed Jun 11, 2008 7:58 am
Posts: 207
Location: 72/5 หมู่ 6 ซ.ประชาราษฎร์16/2 จ.นนทบุรี
ต้องขออภัยทุกท่าน คอมของผมมีปัญหา เลยลงใหม่เลย เพิ่งเสร็จเดี๋ยวนี้ ก็รีบเข้ามา

ขอขอบคุณ คุณ ทำมะตง คุณ tippawat เข้ามาช่วยกันดีเหลือเกินข้อมูลแน่นเปรี๊ยะ

....ยาสมุนไพรสามารถรักษาการปวดประจำเดือนให้หายขาดได้ครับ ที่ผมมีจำหน่าย ราคากระปุกละ 150.- บาท 1 กระปุก รับประทานได้ 6 วัน

จะรู้สึกอาการดีขึ้นตั้งแต่รับประทาน ครั้งแรก ถ้ารับประทานประจำทุกวัน ติดต่อกันถึง 3 เดิอน ต่อไปจะไม่มีอาการปวดประจำเดือนอีก เวลาประจำเดือนมาจะไม่

รู้สึกตัวเลยว่าประจำเดือนมาแล้ว

เป็นยาอัดเม็ด ไม่ใช่ทำเป็นลูกกลอน ยาลูกกลอนเดี๋ยวนี้ทำยากมากเนื่องจากหาน้ำผึ้งแท้ไม่ได้ เจอแต่น้ำผึ้งผสมทั้งนั้น

สั่งได้ทางโทรศัพท์ ส่งยาให้ได้ทางไปรษณีย์ครับ

_________________
หมอบัญชา


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Jul 16, 2008 1:45 pm 
Offline
ญาติผู้ใหญ่
ญาติผู้ใหญ่

Joined: Wed Jun 11, 2008 7:58 am
Posts: 207
Location: 72/5 หมู่ 6 ซ.ประชาราษฎร์16/2 จ.นนทบุรี
แก้อาการปวดประจำเดือนอย่างถาวร

เอาน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ สุรา(เหล้า) 2 - 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกัน แล้วดื่มเวลาปวดประจำเดือน
กินติดต่อกันแค่ 3 ครั้ง คือ 3 เดือน เฉพาะตอนประจำเดือนมา และมีอาการปวด
เดือนต่อๆไปจะไม่มีอาการปวดอีกเลยครับ

_________________
หมอบัญชา


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 11 posts ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum

Search for:
Jump to: